ต้มแซ่บปลาทู ต้มปลาไม่ให้คาว

ต้มแซ่บปลาทู

เคล็ดลับง่ายๆ ต้มปลาให้เนื้อหวานมันและไม่มีกลิ่นคาว

ต้มแซ่บปลาทูเป็นเมนูที่ผสมผสานความหวานจากเนื้อปลาทูสดๆ เข้ากับความเปรี้ยว เผ็ด และกลิ่นหอมฉุนของใบกะเพรา พร้อมเคล็ดลับการต้มปลาไม่ให้คาวและเนื้อปลามันน่ากินยิ่งขึ้น

ต้มปลาทูให้น่ากิน

วัตถุดิบในการทำต้มแซ่บปลาทู

ความอร่อยของเมนูนี้นอกจากอาศัยเครื่องปรุงที่ทำให้รสชาติเข้มข้นจัดจ้านแล้ว สิ่งสำคัญที่ถือว่าเป็นตัวหลักเลยก็คือปลาทู เน้นเลยว่าต้องเป็นปลาสดเท่านั้น จะได้รสชาติที่หวานมีเนื้อสัมผัสที่แน่นหนึบ เวลาล้างทำความสะอาดปลาหลังจากควักไส้ออกแล้ว ก็ควรคลุกเคล้ากับเกลือก่อนให้ทั่วแล้วล้างให้สะอาดด้วยน้ำอีกทีจะช่วยล้างกลิ่นคาวปลาออกได้มากในลำดับแรก โดยใช้ส่วนประกอบหลัก ดังนี้

  • ปลาทูสด 5 ตัว
  • ข่าแก่หั่นแว่น 5–6 ชิ้น
  • ตะไคร้ทุบหั่นท่อน 2 ต้น
  • กระเทียมหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบกระเพรา 1 กำมือ
  • พริกขี้หนูสวน 5-10 เม็ด
  • เกลือ 1  ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
ต้มปลาทูให้น่ากิน
ต้มปลาทูไม่ให้คาว

วิธีทำต้มแซ่บปลาทู

  • ลำดับแรกคือ เทน้ำใส่หม้อหรือกระทะกะพอท่วมปลา ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่เกลือ ข่า และตะไคร้  รอจนน้ำเดือดแล้วค่อยใส่ปลาทูลงไป
  • เคล็ดลับสำคัญคือ ระหว่างรอเนื้อปลาสุกห้ามพลิกปลาหรือคนน้ำต้มเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำคาวปลาละลายปนออกมากับน้ำต้ม ปล่อยให้น้ำเดือดๆ ในหม้อค่อยๆ ทำให้เนื้อปลาสุก แต่ถ้าจำเป็นต้องพลิกกลับตัวปลาก็รอให้เนื้อปลาด้านล่างสุกดีเสียก่อน  และปลาธรรมชาติอาจไม่ได้มีรสหวานมันทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงมีไข่เนื้อปลาจะจืดกว่าปกติเล็กน้อย อาจเติมน้ำมันหมูหรือใส่เนื้อหมูสามชั้นลงไป 1-2 ชิ้น ก็จะได้เนื้อปลาที่หวานมันอร่อยน่ากินมากขึ้น
  • เมื่อปลาสุกดีแล้ว ก็ใส่กระเทียม และพริกขี้หนูลงไป จากนั้นปิดไฟแล้วจึงค่อยใส่ใบกระเพรา ตักใส่ถ้วยที่ใส่น้ำมะนาวรอไว้แล้ว หรือค่อยราดน้ำมะนาวใส่ทีหลังก็ได้ แต่จะไม่ใส่น้ำมะนาวลงไปในหม้อบนไฟร้อนๆ เพื่อรักษารสชาติและกลิ่นหอมของน้ำมะนาวเอาไว้ การใส่ใบเกระเพราก็เช่นกัน เราไม่ใส่ลงไปต้มนานๆ เพราะกลิ่นและรสชาติจะหายไป สู้ใส่ลงไปแล้วปิดเตาตักเสริฟเลย จะได้รสชาติที่หอมจัดจ้านกว่า
ต้มปลาทู

อยากมีชีวิตที่ห่างไกลโรค การทำอาหารกินเองก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ยุคนี้เราแทบจะหลีกเลี่ยงสารเคมี  รวมถึงสารปรุงแต่งเกินจำเป็นที่ปนลงไปในอาหารที่ซื้อกินแทบไม่ได้เลย จึงไม่แปลกที่อัตราการเกิดโรคเรื้อรังในคนไทยจึงเพิ่มสูงปรี๊ดแถมแนวโน้มเกิดกับคนที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ แน่นอนว่าอาหารที่ซื้อมานั้นมันสะดวกและสบายกว่า แถมบางทีก็ถูกกว่าทำกินเองซะด้วยซ้ำ แต่ถ้าเราอยากให้ตัวเราและคนที่เรารักมีสุขภาพที่ดีก็อาจต้องหันมาใส่ใจอาหารที่ตักใส่ปากให้มากขึ้น

เราเองก็ตระหนักและให้ความสำคัญกับอาหารที่กินในแต่ละวันมากขึ้น ถ้าไม่จำเป็นก็จะพยายามทำกินเองจากวัตถุดิบที่เราปลูกเองให้มากที่สุด แต่แน่นอนว่าเราก็ไม่ได้ปฏิเสธความน่าสนใจของอาหารอร่อยๆ นอกบ้านซะทีเดียว ก็ยังใช้ชีวิตใช้เงินซื้อกินและใช้จ่ายแบบคนปกติทั่วไป เพียงแค่หันมาพึ่งตัวเองให้มากขึ้นกว่าที่คนทั่วๆ ไปเขาทำกันเท่านั้นเอง สนใจก็ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่ฟาร์มของเราได้ที่ อาร์เคเอฟาร์ม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. 0846259929

นัดหมายเข้าชมโครงการ/ทดลองใช้ชีวิตกับฟาร์มในฝัน

โทร. 0846259929 line : แอดมินโครงการ Natural Living Land