ย่างเข้าสู่พุทธคยา พื้นที่แห่งการตรัสรู้

เดินทางเข้าสู่เขตของพระมหาวิหารพุทธคยา

ย่างเข้าสู่เขตพุทธคยา พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เงียบสงบแต่กึกก้องด้วยความศรัทธา

พุทธคยา เขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก เป็นพื้นที่แห่งการตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้าในคืนเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธกาล 45 ปี เป็นสถานที่เริ่มต้นของสภาวะของจิตขั้นสูงสุดที่พาผู้คนมากมายหลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกเข้าสู่ความสงบที่แท้จริง แค่แรกย่างเข้าไปในอาณาเขตของพุทธคยาก็สัมผัสได้ถึงแรงศรัทธาอันลึกซึ้งที่ชาวพุทธจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาด้วยความมุ่งมั่นในทุกลมหายใจ ณ ดินแดนนี้

เดินทางไปพุทธคยา
เดินทางไปพุทธคยา

การเดินทางไปพุทธคยา ดินแดนแห่งการตรัสรู้

พุทธคยา หรือ โพธคยา ในสมัยพุทธกาลตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านอุรุเวลา แคว้นมคธ ปัจจุบันคืออำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่ตรัสรู้ของพุทธเจ้า เป็นหนึ่งในสี่ของพื้นที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดทางพุทธศาสนา  ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2545

ก้าวแรกที่เหยียบสู่แผ่นดินพุทธคยา

ทันทีที่รถที่เราใช้เดินทางเข้าสู่เขตพื้นที่ภายนอกพุทธคยา แม้ว่าจะยังไปไม่ถึงพื้นที่ชั้นใน คุณจะเริ่มสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างแตกต่างออกไปจากโลกภายนอก มีผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมโลกพากันหลั่งไหลเข้ามาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย  บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความสงบ ต่างเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยว่า “นี่คือแผ่นดินแห่งพระพุทธเจ้า ที่เราต้องเคารพอย่างสูงที่สุด” 

เข้าไปในเขตพุทธคยา

การเข้าไปภายในเขตชั้นในของพุทธคยา

ในการที่เราจะเข้าไปในเขตชั้นในของพุทธคยา ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปข้างในโดยเด็ดขาดต้องฝากไว้ที่จุดรับฝากข้างนอกเท่านั้น ทราบภายหลังว่าเป็นมาตรการความปลอดภัยเรื่องการก่อการร้ายที่อาจใช้สัญญาณโทรศัพท์จุดระเบิด  แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็อนุญาตให้เราสามารถบันทึกภาพได้โดยต้องใช้กล้องถ่ายรูปเท่านั้น โดยมีค่าธรรมเนียมการนำกล้องถ่ายรูปเข้าไป 100 รูปี  หรือประมาณ 50 บาทเท่านั้นเอง  การเข้าไปในเขตชั้นในเราจะต้องถอดรองเท้าวางฝากไว้ข้างนอกและเดินผ่านเครื่องสแกน(อาวุธและสิ่งอันตราย) โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจอย่างเคร่งครัดแยกผู้ชายผู้หญิงอีกชั้นหนึ่ง เมื่อผ่านด่านตรวจสอบความปลอดภัยเราก็สามารถเข้าไปได้ถึงชั้นในของพุทธคยาได้เลย

เดินทางไปพุทธคยา

เขตชั้นในของพุทธคยา

ทันทีที่เราเดินเข้าสู่พื้นที่เขตชั้นในของพุทธคยา จะเห็นผู้คนมากมายจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งที่นับถือพระพุทธศาสนาและคนนอกศาสนาที่สนใจในศาสนาพุทธ  ทุกคนต่างเดินเข้ามาด้วยความเคารพเลื่อมใส  สงบสำรวมและเงียบแทบไม่มีสียงพูดคุยเลยทั้งที่มีคนเรือนพันเรือนหมื่นอยู่ในพื้นที่นี้ ได้ยินแต่เสียงสวดมนต์เบาๆ หลากหลายสำเนียงทั้งเสียงสวดของพุทธฝ่ายมหายานและพุทธฝ่ายหินยานหรือเถรวาท

เขตชั้นในของพุทธคยา
พื้นที่เขตชั้นในของพุทธคยา

เสียงแห่งความปลื้มปิติที่ก้องกังวานอยู่ในใจ

ระหว่างทางที่เราเดินเข้าไปในเขตชั้นใน จะได้ยินเสียงสวดมนต์เบาๆ จากหลากหลายภาษาหลากหลายสำเนียง มีทั้งเสียงสวดบาลีและสันสกฤต โดยเฉพาะจากพระนักบวชที่มีทั้งพระทิเบต พระจีน พระญี่ปุ่น และพระสงฆ์ไทย เสียงสวดเหล่านั้นสำเนียงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่กลับฟังไพเราะกลมกลืนไม่ขัดกันเลย มันเหมือนคลื่นพลังแห่งศรัทธาที่ไหลมารวมกันกลายเป็นบรรยากาศแห่งความสงบลึก ๆ ที่ก้องอยู่ในใจของทุกคนที่มาเยือนดินแดนมหาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

เราจะมีโอกาสดีที่คงจะหาจากที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้อีกแล้ว ที่จะได้ยืนอยู่ท่ามกลางหมู่พุทธบริษัทมากมาย ทั้งที่ต่างชาติ ต่างนิกาย ต่างรูปแบบ พร้อมใจกันมานั่งสวดมนต์ภาวนาจดจ่ออยู่กับคำสวดสาธยายมนต์ที่สรรเสริญแก่พระพุทธเจ้า แค่เพียงสงบดูลมหายใจที่เข้าและออก เราก็รู้สึกเหมือนกาลเวลาของโลกได้หยุดลงแล้ว ณ ที่แห่งนี้

พระสงฆ์สวดมนต์ในพุทธคยา

ความสงบของแท้ บนแผ่นดินพุทธคยา

สิ่งที่ทำให้พุทธคยาพิเศษ ไม่ใช่เพราะสิ่งก่อสร้างหรือการตกแต่งอันหรูหรา แต่เป็นพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในทุกอณูตารางนิ้วของดินแดนนี้ พลังที่มาจาก “เรื่องราว” และ “การปฏิบัติ” ที่สืบเนื่องมานานกว่าสองพันหกร้อยปี เราเห็นผู้คนมากมาย แต่ในความพลุกพล่านนั้นกลับมีแต่ ความสงบและปลื้มปิติ บางคนน้ำตาไหลทั้งที่ยิ้มอย่างอิ่มเอม เป็นความสุขที่ล้นออกมาจากภายใน มันเป็นความรู้สึกที่คุณต้องมาสัมผัสเองและเชื่อว่าเราจะไม่สามารถพบความรู้สึกแบบนี้จากที่อื่นได้เลย ราวกับว่าแม้นโลกภายนอกจะหมุนไปอย่างวุ่นวายเพียงใด แต่ในที่แห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับหายไป เหลือไว้เพียงใจที่สงบและวางทุกอย่างทั้งลงไปได้ชั่วคราว 

แล้วสัญญาว่าจะรีบมาเขียนบทความเล่าเรื่องความประทับใจ ในการเดินทางไปในดินแดนชมพูทวีปครั้งนี้ในตอนต่อไป ให้ได้อ่านเร็วๆ นี้