เคล็ดลับแกงไตปลา ที่ทำให้สายสุขภาพต้องใจแตก
แกงไตปลาเป็นอาหารท้องถิ่นทางภาคใต้ มีสูตรเด็ดหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่น เป็นอาหารที่คนทางปักษ์ใต่ส่วนใหญ่โปรดปรานมาก เป็นเมนูชูรสที่ช่วยให้เจริญอาหารเป็นพิเศษ ไตปลาส่วนใหญ่ทำจากกระเพาะหรือพุงของปลาทูนำมาหมักเกลือจนได้ที่ จึงมีโซเดียมค่อนข้างสูงติดอยู่ในโผอาหารต้องห้ามที่หมอไม่แนะนำให้กินบ่อย โดยเฉพาะกลุ่มคนโรคไตหรือความดันโลหิตสูงปรี๊ดอาจโดนเบรคห้ามกินเด็ดขาด เพราะมันมีเกลือหรือโซเดียมปริมาณมากนั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อน ผมเชื่อว่าคนที่ได้กลิ่นแกงไตปลาหอมๆ รสชาติเข้มข้นคงเคยแหกคำสั่งหมอกันมาบ้างไม่มากก็น้อย
- ส่วนประกอบในแกงไตปลา มีประโยชน์เยอะกว่าที่คิด
- เคล็ดลับทำแกงไตปลาไม่ให้คาว และมีกลิ่นหอมน่ากิน
- เพิ่มรสสัมผัส และปรับรสชาติแกงไตปลาให้น่ากินยิ่งขึ้น
- เมนูโซเดียมสูง แต่ปรุงให้เป็นก็มีประโยชน์ได้เช่นกัน
ส่วนประกอบในแกงไตปลา มีประโยชน์เยอะกว่าที่คิด
แน่นอนว่าไตปลา เกินจากการหมักพุงปลาด้วยเกลือ มันจึงมีกลิ่นคาวและมีโซเดียมสูง แต่ถ้ารู้จักทำกินด้วยเทคนิคที่ถูกต้องมันจะได้กลิ่นแกงไตปลาที่รัญจวญใจ หอมไปสามบ้านแปดบ้าน และเพื่อให้กินอร่อยแล้วยังมีดีต่อสุขภาพด้วย เราจึงมีสูตรเด็ดมาแนะนำในการทำแกงไตปลา ซึ่งแต่ละอย่างมีประโยชน์ที่น่าสนใจดังนี้
-
ไตปลา ทำมาจาก เครื่องในปลาหมักเกลือ เป็นแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติ + โปรไบโอติกราคาประหยัด มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ใช้ในปริมาณเหมาะสมเพราะมีเกลือโซเดียมค่อนข้างสูง ถ้าใส่ในปริมาณที่พอดีจะได้ทั้งรสชาติและประโยชน์
-
พริกแกง ประกอบด้วยพืชสมุนไพรหลายชนิดที่มีประโยชน์ เช่น พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ขมิ้น
- ตะไคร้ ที่เติมเพิ่มลงไปเพื่อแต่งกลิ่นและรสชาติ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยลดความดันโลหิตและเป็นกากใย
-
มะขามเปียก ช่วยปรับรสชาติและยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารและดีท็อกซ์เพราะมีใยอาหารสูง
- กะทิสด เป็นแหล่งไขมันดี + เพิ่มรสชาติความกลมกล่อม มีกรดไขมันสายกลางที่ร่างกายสามารถย่อยและเปลี่ยนเป็นพลังงานได้เร็ว แต่ควรใช้ในปริมาณที่พอดีเพื่อควบคุมไขมันอิ่มตัวไม่ให้มากเกินไป
เคล็ดลับทำแกงไตปลาไม่ให้คาว และมีกลิ่นหอมน่ากิน
ปกติไตปลาจะมีกลิ่นคาวและรสเค็มจัด เราจึงต้องเอามาจัดการให้เรียบร้อยก่อนนำไปปรุงดังนี้
- นำไตปลามาเติมน้ำอย่างน้อย 2-3 เท่า ใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูดลงไป ต้มจนน้ำเดือดดีแล้วกรองเอาแต่น้ำส่วนของกากให้เททิ้งไป
- นำกะทิ 1 ถ้วย ใส่หม้อขึ้นตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใส่พริกแกง 1-2 ช้อนโต๊ะ (ตามความชอบเผ็ดมากเผ็ดน้อย) ลงไปคนให้ละลายเข้ากัน พอน้ำแกงเริ่มเดือดเบาๆ ใส่น้ำแกงไตปลาที่เตรียมไว้ลงไป 1 ถ้วย
เพิ่มรสสัมผัส และปรับรสชาติแกงไตปลาให้น่ากินยิ่งขึ้น
เพื่อให้แกงไตปลามีรสสัมผัสเวลารับประมานที่มากขึ้น เราจึงซอยตะไคร้กับพริกขี้หนูลงไปปริมาณตามความชอบ และใส่มะขามเปียกที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานนิดๆ เพื่อไปตัดรสเค็มของไตปลา รสเผ็ดของพริกแกง และรสมันของกะทิ ทำให้แกงไตปลาของเรามีรสชาติที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น รอจนน้ำแกงสุกดี ก็จะได้กลิ่นหอมฟุ้งขึ้นมาชัดเจนเลยทีเดียว
เมนูโซเดียมสูง แต่ปรุงให้เป็นก็มีประโยชน์ได้เช่นกัน
แกงไตปลาเป็นเมนูหนักเกลือสำหรับหลายๆ คนก็จริง แต่หากปรุงอย่างถูกวิธี สามารถกลายเป็นเมนูสุขภาพแบบพอดีได้เช่นกัน การกินแกงไตปลาให้อร่อยต้องเสริฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เคียงด้วยผักสดหลายๆ ชนิด กินแค่พอดีก็เป็นหนึ่งในเมนูสุขภาพที่มื้อเดียวก็ได้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และได้รับสารอาหารที่หลากหลายเลยทีเดียว
และแน่นอนว่าอาหารดีโดยเฉพาะผักสดปลอดสารที่มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นต์ ก็จะต้องมาจากสวนหลังบ้านของเราเอง ถ้าสนใจไอเดียเป็นเจ้าของที่ดินทำบ้านสวนแนวพอเพียงแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องมีเงินก้อนโตก็ติดต่อได้ที่โครงการ เปลี่ยนความฝันเป็นฟาร์มจริงของเรา

