ใบไม้และเศษหญ้า คือขุมทรัพย์มหาศาลที่แม่พระธรณีส่งมาให้
ถ้าไม่ใช่คนเมืองจ๋าๆ เชื่อว่าทุกบ้านต้องมีเศษใบไม้และหญ้ามากมาย แต่รู้ไหมว่าสิ่งไร้ค่ารกหูรกตาเหล่านี้ คนเกษตร 3ข. ได้สอนผมให้ผมรู้ว่ามันคือสุดยอดขุมทรัพย์มหาศาลที่ผืนแผ่นดินมอบให้ ถ้าเรารู้จักดูและสังเกตธรรมชาติเราจะมีชีวิตที่ดีมากขึ้นโดยเฉพาะคนทำเกษตร
เปลี่ยนใบไม้ไร้ค่าให้เป็นกองเงินกองทอง
ขออนุญาตนำคลิปของครูบาอาจารย์ที่ทำไว้ดีมากแล้ว จนไม่จำเป็นต้องมาทำใหม่เพราะคงไม่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว
ถ้าเราเป็นคนช่างสังเกต เราก็จะรู้และเห็นได้ว่า “ดินดีมีในป่า” ถ้าเราเอาดินป่ามาไว้หลังบ้าน ก็ไม่ต้องพึ่งปุ๋ยถุง
ส่วนผสมทองคำในการทำดินใบไม้
หลักคิดง่ายๆ จากธรรมชาติ ที่สอนให้พึ่งตนเอง แม่พระธรณีพยายามบอกว่า ป่าหรือแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย 4 อย่าง คือ
- ใบไม้ = อินทรียวัตถุ เป็นจุดตั้งตั้นของธาตุคาร์บอนที่เป็นโครงสร้างของพืช
- จุลินทรีย์ และไนโตรเจน = คนงานที่จะทำหน้าที่ย่อยสลายใบไม้และอินทรีย์สาร
- ความชื้น = ตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้จุลินทรีย์ทำงานไวขึ้น
- เวลา = ทำหน้าที่ให้ทุกอย่างบรรลุผล อยากได้ของดีต้องใจเย็นๆ ปล่อยให้กลไกตามธรรมชาติทำงานของมันไป อยากเร่งให้ไวขึ้นก็แค่เข้าไปจัดการนิดๆ หน่อยๆ
ดินปลูกชั้นยอดจากเศษใบไม้และหญ้าแห้ง
เราสามารถใช้ใบไม้ หญ้า รวมถึงมูลสัตว์ เป็นสารตั้งต้นในการทำดินปลูกคุณภาพเยี่ยมได้ไม่ยาก แต่มีเคล็ดลับอยู่ว่า
- ใบไม้หรือหญ้าแห้ง ยิ่งแห้งยิ่งดีจะสลายเป็นดินได้ไวขึ้น ยิ่งนำใบไม้หลากหลายชนิดมาเป็นวัตถุดิบก็จะได้ดินปลูกที่มีสารอาหารหลากหลายมากขึ้น
- จุลินทรีย์ สามารถเลือกใช้ได้หลายประเภท แต่คนเกษตร 3 ข. แนะนำให้ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วยเพราะเราทำเองได้ง่ายๆ ทำเองใช้เองลดค่าใช้จ่ายแต่เพิ่มประสิทธิภาพ
- มูลสัตว์แห้ง จะเป็นมูลของสัตว์อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น วัว ควาย แพะ ไก่ หรือจะเลือกขี้ค้างคาวซึ่งมีสารอาหารพืชสูงก็ได้ ไม่จำกัดว่าเป็นสัตว์อะไร แต่ควรหมักแช่น้ำก่อน กรองเอามาแต่น้ำ จะทำให้การทำดินปลูกของเราไวขึ้น
ขั้นตอนวิธีทำ “ใบไม้ให้กลายเป็นดินปลูกชั้นยอด”
- เตรียมใบไม้หรือหญ้าแห้ง เราจะใช้มูลสัตว์แห้งใส่ลงไปด้วยก็ดี
- ถ้าใช้ใบไม้แห้ง 1 ตัน อาจจะใส่มูลสัตว์แห้งลงไป 1-2 กระสอบ แล้วเตรียมน้ำจุลินทรีย์ราดโดยใช้ น้ำจุลินทรีย์หน่อกล้วย 5 ลิตร , ปุ๋ยยูเรียน้ำ 5 ลิตร (คลิ๊กดูวิธีทำ) , น้ำหมักปุ๋ยมูลสัตว์ 5 ลิตร จะใส่กากน้ำตาลเพื่อเพิ่มอาหารให้จุลินทรีย์ไป 3-5 ลิตรด้วยยิ่งดี จะทำให้จุลินทรีย์โตขยายจำนวนและทำงานได้ไวขึ้น จากนั้นเติมน้ำลงไปผสมให้ได้ 200 ลิตร คนให้เข้ากันแล้วนำไปรดกองใบไม้ที่เตรียมไว้ให้ชุ่ม
- ถ้าสังเกตว่ากองใบไม้ที่หมักทำดินเริ่มแห้ง เราอาจจะทำการรดน้ำทุก 2-3 วัน เพื่อรักษาความชื้น และควรทำการกลับกองทุก 7–10 วัน เพื่อคลายความร้อนที่สะสมในกองใบไม้ของเราออกไป ถ้าไม่กลับกองก็ได้แต่จะได้ดินปลูกที่ช้าหน่อยเพราะความร้อนในกองหมักที่มากอาจทำให้จุลินทรีย์ทำงานช้าลง
หมายเหตุสำคัญ ผมเองก็ดูยูทูปและศึกษาวิธีการแนวนี้มาเยอะ แต่บอกตามตรงเลยว่า มันสู้ไปลงมือทำโดยมีครูที่เชี่ยวชาญตัวเป็นๆ แนะนำโดยตรงไม่ได้เลย แนะหลักสูตร คนเกษตร 3ข. เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ผู้สอนมีทั้งความเชี่ยวชาญ ทักษะประสบการณื และที่สำคัญครูทุกคนพิสูจน์สิ่งที่ทำด้วยตัวเองมาเป็นเวลาพอสมควรจนมั่นใจว่ามันเป็นวิธีที่ได้ผลจริง
เคล็ดลับการนำดินใบไม้ไปใช้งาน
สุดยอดดินปลูกที่เราหมักตามสูตรนี้ ใช้ระยะเวลาในการหมักประมาณ 2 เดือนก็สามารถนำไปใช้งานได้แล้ว แต่การหมักแต่ละครั้งอาจจะใช้เวลาน้อยหรือมากกว่านี้ก็ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของใบไม้ ช่วงฤดูกาลและสภาพอากาศที่เราทำดินใบไม้ ซึ่งดินปลูกที่หมักจนได้ที่แล้วเราสามารถสังเกตุได้ง่ายๆ คือจะเริ่มเห็นรากของต้นไม้อื่นชอนไชเข้ามาหรือมีวัชพืชเล็กๆ เริ่มงอก ก็สามารถนำดินนี้ไปใช้ได้แล้ว
คุณสมบัติของดินที่เราหมักนี้มีคุณภาพถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่เราสามารถเสริมคุณสมบัติของดินปลูกเราให้ดีขึ้นไปอีก โดยการเติมอะไรบางอย่างลงไป ส่วนจะเติมอะไรลงไปเพื่อให้ดินปลูกของเรามีคุณสมบัติที่ดีขึ้นไปอีก จนกลายเป็นซุปเปอร์ดินที่นำไปปลูกอะไรก็ตามเราแทบไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินมาปรับปรุงดินภายหลังอีกแล้ว ต้องติดตามตอนต่อไปนะครับ

