มะม่วงหิมพานต์ ปลูกง่ายทนแล้งได้ดี เป็นพืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต
มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้นไม้ที่แข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างน่าทึ่ง เหมาะสำหรับเกษตรกรและผู้ที่มองหาลู่ทางสร้างชีวิตที่ยั่งยืน สามารถเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้กลายเป็นแหล่งสร้างอาหารและสร้างรายได้ค่อนข้างดี
- การใช้ประโยชน์จากต้นมะม่วงหิมพานต์
- ข้อระวังในการการแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์
- เคล็ดลับง่ายๆ ในการนำเนื้อในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ไปทำอาหาร
- มะม่วงหิมพานต์ เป็นคำตอบสำหรับชาวเกษตรกรมือใหม่
การใช้ประโยชน์จากต้นมะม่วงหิมพานต์
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นผลผลิตที่มีราคาแพงที่สุด อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุ เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อการบริโภคโดยตรงและเป็นส่วนผสมในอาหารต่างๆ
ผลมะม่วงหิมพานต์ มีรสเปรี้ยวอมฝาด สามารถทานสด หรือนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ไวน์ แยม หรือผลไม้กวน ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตที่มักถูกทิ้งไป
ยอดหรือใบอ่อนของมะม่วงหิมพานต์ นิยมกินเป็นผักเครื่องเคียง อุดมด้วยสารอาหารมากมาย มีผลวิจัยและได้รับการยอมรับว่าสามารถต้านมะเร็งได้ดี
เปลือกหุ้มเม็ด เปลือกแข็งที่หุ้มเม็ดมะม่วงหงิมพานต์มียางที่มีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรง (ห้ามสัมผัสโดยตรง!) แต่เมื่อนำไปสกัด จะได้น้ำมันที่เรียกว่า CNSL (Cashew Nut Shell Liquid) ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมผลิตผ้าเบรก สีทาบ้าน วานิช และสารเคลือบต่างๆ
ข้อระวังในการการแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์
การกระเทาะเม็ดในของมะม่วงหิมพานต์ออกจากเปลือก เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก เพราะยางจากเปลือกสดของมะม่วงหิมพานต์มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงมาก ห้ามใช้มือเปล่าสัมผัสหรือพยายามกะเทาะเปลือกสดเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวหนังไหม้พองได้
วิธีที่ปลอดภัยในการกะเทาะเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์คือ นำเม็ดไปตากแดดจัดๆ ซัก 2-3 วันให้แห้ก่อนเพื่อลดความชื้น จากนั้นนำไปคั่วในกระทะทรายหรือนึ่งด้วยไอน้ำ เพื่อให้ความร้อนทำลายฤทธิ์ของยางและทำให้เปลือกกรอบแตกง่าย จึงค่อยนำไปกะเทาะเปลือกออก จะได้เม็ดดิบที่มีเยื่อหุ้มบางๆ จากนั้นให้นำไปอบไล่ความชื้นจนแห้งสนิทหรือนำไปคั่วหรือทำอาหารตามต้องการ
เคล็ดลับง่ายๆ ในการนำเนื้อในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ไปทำอาหาร
ปกติการกระเทาะเอาเนื้อออกจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หากไม่ชำนาญไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก แต่เราสามารถนำเนื้อในเม็ดมาทำอาหารได้โดยนำเม็ดมะม่วงไปฝังทรายเพาะแบบเพาะถั่วเขียว รอให้ต้นอ่อนงอกออกมา เราก็สามารถนำเม็ดที่เป็นเนื้อในมาทำอาหารได้อย่าง่ายดาย รสชาติก็ไม่ได้แตกต่างกับวิธีกระเทาะเปลือกแบบปกติมากนัก ถ้าต้องการให้เม็ดขาวสวยในขั้นตอนการเพาะก็ให้เอากะละมังครอบไว้อย่าให้ต้นอ่อนถูกแสงแดด เท่านั้นเราก็ได้เนื้อเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างง่ายดาย เอาไปทำอาหารอร่อยๆ ได้ทั้งเมนูผัด แกง หรือจะดัดแปลงอย่างไรก็ได้ตามอัทธยาศัย
มะม่วงหิมพานต์ เป็นคำตอบสำหรับชาวเกษตรกรมือใหม่
มะม่วงหิมพานต์ เหมาะกับคนที่กำลังมองหาพืชเศรษฐกิจที่ทนทาน สามารถสร้างรายได้ที่ดีและตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบพึ่งพาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันช่วยเปลี่ยนที่ดินแห้งแล้งให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยเงินลงทุนน้อยมาก ปลูกแล้วก็ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มากนัก ปลูกครั้งเดียวก็มีเก็บมีกินไปนานแสนนาน

