ทำความรู้จักกับชบาเมเปิล และทำไมมันถึงน่าปลูก
ชบาเมเปิล หรือที่รู้จักกันในวงต้นไม้สวยงามว่า Cranberry Hibiscus หรือ African Rosemallow มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา เป็นไม้พุ่มในวงศ์เดียวกับชบาแต่มีใบสีม่วงแดงเข้มรูปร่างสวยคล้ายใบเมเปิล จึงเป็นที่มาของชื่อชบาเมเปิล สามารถปลูกและเติบโตได้ดีมากในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย และที่พิเศษสุดคือ หากปลูกโดนแดดจัดต้นและใบจะยิ่งมีสีเข้ม ทั้งใบและดอกสามารถกินได้ โดยมีรสชาติเปรี้ยวคล้ายกระเจี๊ยบแดง
ความน่าสนใจของต้นชบาเมเปิล
1. สวยงามโดดเด่นกว่าต้นไม้ทั่วไป ไม่ต้องรอออกดอกก็สวย โดยเฉพาะใบที่มีสีม่วงแดงเข้มเหมือนใบเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วง ให้สีสันสวยงามตลอดทั้งปี สามารถปลูกเป็นจุดเด่นของสวนได้เลย และเมื่อออกดอกสีชมพูอมม่วงก็ยิ่งสวยขึ้นไปอีก
2. ปลูกง่าย โตเร็ว ทนร้อนทนแล้งได้ดี ชบาเมเปิลเหมาะมากกับสภาพภูมิอากาศทั่วทุกภาคของไทย แทบไม่มีโรคและแมลงรบกวน ไม่ต้องใส่ปุ๋ยบ่อย เหมาะสำหรับคนที่อยากได้สวนสวยโดยไม่ต้องดูแลมาก
3. รสเปรี้ยวธรรมชาติ ใบอ่อนและดอกมีกรดอินทรีย์ตามธรรมชาติให้รสเปรี้ยวสดชื่น ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งผัด ยำ แกง หรือทำเป็นชาดื่ม สามารถใช้แทนมะนาวในบางเมนูได้เลย
4. สารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก สีม่วงเข้มของใบและดอกชบาเมเปิล มีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยบำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิต และชะลอความเสื่อมของเซลล์ เหมาะกับคนที่ใส่ใจสุขภาพมาก
ชาจากชบาเมเปิล
เราสามารถนำใบและยอดอ่อนของชบาเมเปิล มาชงเป็นชาดื่มบำรุงสุขภาพได้ง่ายมาก วิธีการก็แค่ไปเก็บใบสดและยอดอ่อนจากต้น หรือจะนำไปตากแห้งเก็บไว้กินนานๆ ก็ได้ วิธีชงชาก็เพียงนำไปแช่ในน้ำร้อนก็จะได้ชาชบาเมเปิลที่มีสรรพคุณสูงมาก โดยเฉพาะสารอาหารเหล่านี้ ซุ่งได้แก่
- แอนโทไซยานิน (จากสีม่วง)ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจ ชะลอวัย
- วิตามิน C สูงเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณ
- กรดอินทรีย์ธรรมชาติ ช่วยระบบย่อยอาหาร ลดความดันโลหิต
- ธาตุเหล็กและแคลเซียม บำรุงกระดูกและเลือด
สนใจแบ่งปันต้นพันธุ์ และเรียนรู้การพึ่งตนเองแบบจริงจัง
การขวนขวายทำงานหาเงินเพื่อใช้จ่ายให้เพียงพอในครัวเรือน ต้องยอมรับเลยว่าในยุคปัจจุบันมันไม่ง่ายอีกแล้ว การหาแนวทางพึ่งตนเองโดยย้อนกลับมาดูจุดแข็งและรากเหง้าของประเทศที่เคยอุดมสมบูรณ์ในอดีต แต่อาจเป็นเพราะการพัฒนาชีวิตที่ผิดทิศผิดทาง ทำให้คนส่วนใหญ่ติดกับดักหนี้สินจนไม่กล้าเดินออกนอกแนวทางเดิมๆ
เราเองก็ไม่กล้าพูดว่าเอาตัวรอดได้แล้ว แต่ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น เราโชคดีที่มีที่ดินที่สามารถสร้างแหล่งพลังงานชีวมวลราคาถูก สร้างวัตถุดิบทำอาหารกินในครอบครัวโดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดแบบ 100% ผ่านวิถีการทำเกษตรผสมผสานที่ไม่ใช่เกษตรอุตสาหกรรมเชิงเดี่ยว แต่เน้นสร้างความสมดุลให้ระบบนิเวศน์ในพื้นที่ เริ่มสะสมพืชพันธุ์กินได้ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการศึกษาภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน
ใครสนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันต้นพันธุ์ รวมถึงสนใจวางแผนมีบ้านสวนเล็กๆ ไว้อยู่อาศัย ปลูกกินปลูกใช้ในวันที่เรี่ยวแรงถดถอย ก็แวะไปหาเราได้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

