ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สัญลักษณ์สำคัญของพระพุทธศาสนา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นต้นไม้สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนาโดยตรง ด้วยเป็นสถานที่ที่พระสมณโคดมได้เสด็จมาประทับนั่งใต้ต้นไม้ต้นนี้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 เมื่อประมาณ 2,600 ปีที่ล่วงมาแล้ว
- ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในกาลปัจจุบัน
- ลำดับความเป็นมาของต้นพระศรีมหาโพธิ์
- ต้นพระศรีมหาโพธิ์ กับมิติแห่งจิตวิญญาณ
- อนุสรณ์มีชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ที่เชื่อมโยงเราตรงสู่คืนแห่งการตรัสรู้
- ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น ณ คืนแห่งการตรัสรู้
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในกาลปัจจุบัน
ต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับในช่วงเวลาตรัสรู้ มีชื่อว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์ หลังช่วงพุทธกาล หลายร้อยปีต้นโพธิ์สำคัญนี้ถูกทำลายหลายครั้ง แต่ด้วยความมหัศจรรย์ทายาทของต้นอัสสัตถพฤกษ์ หรือทายาทของต้นโพธิ์เดิมได้งอกงามขึ้นมาแทนที่ทุกครั้ง ซึ่งปัจจุบันเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของโพธิ์ต้นเดิม โดยมีลำดับการกลับมาขึ้นใหม่ในสถานที่เดิมของต้นพระศรีมหาโพธิ์ดังนี้
ลำดับความเป็นมาของต้นพระศรีมหาโพธิ์
- โพธิ์ต้นแรกชื่อว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์ ต้นโพธิ์เดิมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ ได้ตายลงในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช ประมาณช่วง 300 ปีเศษหลังพุทธกาล จากความอิจฉาริษยาของพระนางศรีมหามายาผู้เป็นมเหสีของพระเจ้าอโศกเองที่ได้สั่งลอบตัดทำลายต้นโพธิ์ แต่ต้นโพธิ์ก็กลับฟื้นขึ้นมาใหม่
- ต้นที่สองคือต้นที่แตกหน่อออกมาจากต้นแรก ได้ถูกทำลายลงในสมัยพระเจ้าพระเจ้าศศางกะ ซึ่งครองราชย์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 6 ถึงต้นศตวรรษที่ 7 ได้รับสมญาว่าเป็นผู้ที่ตั้งใจทำลายพุทธสถานสำคัญ โดยเฉพาะการทำลายต้นพระศรีมหาโพธิ์ในพุทธคยา
- ต้นที่สามคือต้นที่แตกหน่อออกมาใหม่จากต้นเดิม ได้ตายลงเพราะขาดการบำรุงดูแล เนื่องจากเป็นช่วงพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดียเสื่อมโทรมอย่างมากจากการตั้งใจทำลายของคนต่างศาสนา
- ต้นที่ 4 คือต้นศรีมหาโพธิ์ต้นปัจจุบัน ที่แตกหน่อมาจากต้นที่ 3 ปัจจุบันโพธิ์ต้นนี้มีอายุกว่า 140 ปี ยืนต้นอยู่อย่างสง่างามเคียงข้างมหาโพธิวิหาร ณ พื้นที่เขตชั้นในของพุทธคยา ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ กับมิติแห่งจิตวิญญาณ
ความสำคัญของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในทางพุทธสถานถือว่าเป็นศูนย์กลางแห่งการตรัสรู้
เป็นต้นไม้แห่งสัจธรรม เป็นสัญลักษณ์ของปัญญา ความรู้แจ้ง ความหลุดพ้น เพราะพระพุทธเจ้าทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์ ณ สถานที่แห่งนี้
ทุกปีมีผู้แสวงบุญชาวพุทธจากทั่วโลกนับหมื่นนับแสนคน ต่างพร้อมใจกันมานั่งสมาธิ กราบไหว้ หรือเวียนประทักษิณรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้ยินเสียงสวดมนต์สรรเสริญพระพุทธเจ้าหลากหลายทำนองจากทั้งพระและฆราวาสต่างชาติต่างภาษา ทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับการได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์จริง ๆ และยังมีความเชื่อว่า ใบโพธิ์ที่หล่นลงมาเองจากต้นเป็นของมงคลสูงสุดที่ควรเก็บไว้บูชา แต่ไม่ควรเด็ดเองจากต้นเด็ดขาด
อนุสรณ์มีชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ที่เชื่อมโยงเราตรงสู่คืนแห่งการตรัสรู้
การได้เดินทางไปกราบสักการะบูชาพระพุทธเจ้าที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สัญลักษณ์ที่ยังมีชีวิต มีลมหายใจ และเปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งที่สุดในพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่และพยานสำคัญของการบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงทำสำเร็จใต้ร่มโพธิ์ต้นนี้
ทายาทของต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ได้รับการเคารพจากชาวพุทธทั่วโลก ถึงขนาดที่ว่าทุกประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเช่น ไทย จีน ศรีลังกา ลาว และยังมีประเทศอื่นๆ อีกมากมายต่างได้นำหน่อต้นกล้าจากโพธิ์แห่งจิตวิญญาณของพระพุทธศาสนาต้นนี้ ไปปลูกเพื่อน้อมรำลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น ณ คืนแห่งการตรัสรู้
ใต้ร่มเงาของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ พุทธคยา ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองคยา ประเทศอินเดีย ที่พระสมณโคดมหรือเจ้าชายสิทธัตถะ ในวันเพ็ญเดือน 6 เมื่อกว่า 2,600 ปีมาแล้ว หลังจากที่พระองค์ได้รับการถวายข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา และมาประทับนั่งใต้ต้นโพธิ์ ณ สถานที่แห่งนี้ โดยใช้หญ้ากุสะที่โสตถิยพราหมณ์ได้ถวายมาปูรองประทับนั่ง แล้วได้ตั้งปณิธานอันเด็ดเดี่ยวว่า
“แม้เนื้อและเลือดในสรีระจักแห้งเหือดไป เหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูก หากยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้วไซร้ ก็จักไม่ลุกขึ้นจากที่นี้เป็นอันขาด”
คืนแห่งการภาวนาอันยาวนานนั้น จบลงด้วยการสว่างไสวในจิต พระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และต้นพระศรีมหาโพธิ์จึงได้กลายเป็น สัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้ ที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนได้อีกแล้ว การได้ไปในสถานที่แห่งนี้จึงไม่แตกต่างกับการได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าจริงๆ เลยแม้แต่น้อย

